วันอังคารที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2553

แด่ดวงวิญญาณของผู้พิทักษ์ทุ่งใหญ่ฯ-ห้วยขาแข้ง

                                         มรดกของไทยทั้งชาติ
ความอุดมสมบูรณ์ของทุ่งใหญ่ฯเกิดจากระบบนิเวศของป่า พันธุ์พืชจํานวนมาก แหล่งนําและระบบนิเวศของป่าคงไม่อาจรักษาความสมดุลตามธรรมชาติไว้ได้และเมื่อใดพื้นที่ป่าถูกแยกทําให้กระจัดกระจายเป็นหย่อมน้อยป่าก็ไม่สามารถดํารงไว้ซึ้งความสมดุลได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงกล่างได้ว่า ขนาดและความต่อเนื่องของพื้นที่จึงเป็นปัจจัยสําคัญยิ่งต่อการดํารงรักษาสรรพชีวิตให้คงอยู่อย่างสมดุล  สืบ นาคะเสถียร
เคยกล่าวไว้ว่า เพื่อที่จะให้ทุ่งใหญ่ฯ-ห้วยขาแข้งเป็นมรดกทางธรรมชาติของโลกในรูปแบบของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เพื่อคงไว้ซึ้งการดูแลรักษาพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์มิให้สูญพันธุ์ไปจากถิ่นกําเนิดดั้งเดิม
และการที่ป่าผืนนี้จะได้รับการพิจราณาโดยคณะกรรมการนานาชาติที่เป็นสมาชิกให้เป็นมรดกโลกหรือไม่ ก็อยู่ที่พวกคนไทยทุกคนจะได้ช่วยกันสนับสนุนในการดูแลรักษา และใช้ประโยชน์ที่ไม่ถูกวิธี
ทุ่งใหญ่ฯ-ห้วยขาแข้ง ได้รับการคุมครองภายใต้พระราชบัญญัติสงวนและคุมครองสัตว์ป่า โดยเจ้าหน้าที่ป่าไม้ต่างทุ่มเท่แรงกายแรงใจเพื่อพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่ในคณะเดียวกันปัญหาคุกคามได้ทวีความรุนแรงมากขึ้นเช่นกัน สืบ นาคะเสถียร ได้รับการแต่งตั้งเป็นหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งในเดือนธันวาคม 2532
ในช่วงเวลานั้นป่าแห่งนี้ถูกลบกวนอยู่เสมอจากการล่าสัตว์และการตัดไม้ แต่กลับถูกเพิกเฉยและผู้ที่ทําหน้าที่พิทักป่าก็ไม่ได้รับการสนับสนุนเท่าที่ควรก่อนที่จะเข้ามาดูแลห้วยขาแข็ง เขาและเพื่อนร่วมอุดมการณ์ต้องแยกออกเป็นสองส่วน และโครงการสัมปทานป่าไม้ในห้วยขาแข้ง ซึ้งเป็นโครงการ
ที่ทําลายคุณค่าของป่าอนุรักษ์แห่งนี้อย่างมหาศาล การณรงค์ให้สาธารณชนรับรู้อย่างกว้างขวางในครั้งนั้น ทําให้โครงการทั้งสองต้องล้มเลิกไปในที่สุด
คุณสืบได้เล็งเห็นว่าหากป่าทั้งสองแห่งนี้อยู่ในสถานะของมรดกโลกจะเป็นการช่วยรับรองความอยู่รอดปลอดภัยของผืนป่า สืบและเพื่อนนักอนุรักษ์จึงพยายามรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับคุณค่าและความสําคัญของพื้นที่ เพื่อเสนอต่อ ยูเนสโก ประกาศให้ทุ่งใหญ่ฯ-ห้วยขาแข้งเป็นมรดกโลก เอกสารฉบับนี้ได้ นําเสนอต่อคณะกรรมการมรดกโลกในเดือนมิถุนายน 2533หลังจากนั้น 3 เดือน ในวันที่ 1 กันยายน ณ บ้านพักที่ห้วยขาแข้งคุณสืบได้ทําอัตวินิบาตกรรมด้วยความท้อแท้และสิ้นหวังต่อภาระรับผิดชอบในการทําหน้า ปกป้องป่าห้วยขาแข้งและในปีพ.ศ.2534ทุ่งใหญ่ฯห้วยขาแข้งได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกทางธรรมชาติของโลกอันเป็นผลงานชิ้นสุดท้ายของสืบที่มาจากหัวใจที่มุ่งมั่นและทุ่มเทในการปกป้องรักษาป่าและสัตว์ป่า

ไม่มีความคิดเห็น: